ไม่รุทำไง

<< < (2/5) > >>

อัศวิน นตท.:
เริ่มความหวังใหม่อีกครั้ง


เกรดในช่วง มหาลัย ..2 ปีที่ผ่าน มา เกรด ของผม ค่อนข้างต่ำมาก  โอกาสโดนรีไท(โดนไล่ออก)  มีสูง   ผมจึงขอลาออก  เพื่อที่จะไปสอบเข้าเป็นนักเรียนพลตำรวจ   
ที่ผมต้องทำอย่างนี้ ....เพราะน้าของผม.....ได้โทรมาหาผมว่า ล้มเลิกความตั้งใจที่ จะสีบเป็นนายร้อยแล้วหรือยัง      โดยแกโทรมาอยากจะให้ผมสอบเข้าเป็นนักเรียนพลตำรวจ เพื่อที่จะสอบเข้าเป็นนักเรียนนายร้อย             
ผมก็เลยบอกไปว่าผมไม่อยากเป็นแล้วตอนนี้ผมมีที่เรียนแล้ว น้าก็เลยบอกว่าลองคิดให้ดี   

ที่บ้านตอนนี้ลำบาก  แม่เอ็งเหนื่อยขนาดใหน   ต้องกู้หนี้ยืมสินเค้ามา  และตอนนี้ที่บ้านก็ลำบากมากเศรษฐกิจก็ไม่ดี   

 และคืนนั้นเองผมก็กล้บมานั้งคิดถึง  ที่ที่ผ่านมาในชีวิต  นึกถึงสิ่งที่น้าพูด .....ความลำบากของพ่อแม่กับความ สนุกสนานของเรา       ผมก็เลยต้องตัดสินใจที่ต้องลาออกแต่ก็ยังกังวลว่าเมื่อลาออกไปแล้ว จะสอบเป็นนักเรียนพลตำรวจได้หรือไม่...  เพราะขืนอยู่ต่อไปก็โดนรีไท(ไล่ออกอยู่ดี)

 

ช่วงนี้ผมเครียด เพราะเวลาที่ผมลาออกกับช่วงเวลาที่จะไปสอบ ระยะเวลา 10 วัน  ใจหนึ่งก็ไม่อยากลาออก

  ใจหนึ่งยังคิดถึงเพื่อน อยู่ คิดถึงคนเที่เรารักยังมีความผูกพันอยู่กับเพื่อน ....ก็เลยบอกกับเพื่อนๆไป .........................ว่า....ซักวันหนี่งกูจะกลับมาหามึง   ถ้ากูได้เป็นนายร้อยตำรวจ
เพื่อนก็พูดกับผมว่า ไม่จำเป็นหรอกว่าจะเป็นนายร้อย มึงสอบไม่ได้มึงก็ยังมาหากูได้เสมอ

 

จนกระทั้งถึงเวลาสอบ นักเรียนพล ตำรวจ โรงเรียนตำรวจภูธร 3  อ.จอหอ  จ.นราราชสีมา
ผมสามารถสอบติดข้อเขียน  โดยใช้พื้นฐานความรู้เมื่อตอนสอบเตรียมทหาร  สอบได้ลำดับสำรองคนที่ 45   

ซึ่งขณะนั้นก็ยังกังวลว่า จะสอบเข้าเป็นตัวจริงได้หรือไม่   คะแนน เต็ม 100 คะแนน ผมทราบว่าผมได้ 73 คะแนน

  จนกระทั้งสอบ รอบที่ 2 รอบพละศึกษา  ผ่านไปและประกาศผลออกมา

ผมสอบ  ติดในลำดับตัวจริง  ลำดับรองสุดท้าย....   ผมดีใจ   มาก..

น้าผมก็เข้ามาแสดงความดีใจ...และบอกกับผมว่า  สิ่งเนี้ย  จะเป็นสะพาน ที่จะไขว่คว้าดาว

 

อัศวิน นตท.:
ผมเป็นนักเรียนพลตำรวจแล้วครับ
ผมก็เลยมีความตั้งใจอีกครั้ง    ว่าที่จะเตรียมตัวสอบ เข้าเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจให้ได้ นับตั้งแต่วันแรกที่ได้แต่งตั้งเข้าเป็นนักเรียนพลตำรวจ   
ตลอดช่วงเวลาที่ เรียนหลักสูตรเรียนที่ รร.พลตำรวจ มักจะถูกเพื่อนพูดเหน็บแนมว่า มาเตรียมตัวอะไรตอนนี้   ค่อยไปอ่านในตอนที่ไกล้สอบโน่น   แต่ผมไมได้ สนใจในสิ่งที่ เพื่อน นักเรียนพล  ผมเริ่มตั้งใจอ่านหนังสือตั้องแต่

วันแรกที่เข้าไป  ปกติ  ระเบียบของที่ รร.พล  จะเข้านอนประมาณ 21.00 น.  ตื่น 05.00 น.   หลังเป่านกหวีดสัญญาณนอนทุกครั้งผมจะแอบเอาหนังสือ ที่ผมเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้า  มานอนอ่านบนที่นอน

เปิดไฟฉายแล้วคุมผ้า  ผมทำอย่างนี้เป็นประจำ  และผม็จะตื่นประมาณ ตี 4    ผมจะต้องรีบตื่นก่อนเพื่อมาเข้าห้องน้ำทำภารกิจส่วนตัวเวลาถ่ายจะอ่าหนังสือไป ด้วย บางครั้งก็เอาหนังสือ เข้าไปในห้องน้ำ จนผมรู้สึกว่า  ในช่วงเวลาอ่านหนังสือแล้ว คุมผ้าผมเริ่มหายใจไม่ออกเนื่องจาก ต้องเก็บแสงให้มัน

มิดและต้องเปิด ผ้า ห้มมาหายใจ เพราะผมเกรงใจเพื่อนที่นอนข้างๆ
และเกรงว่าจะถูกจับได้    (ที่เกรงใจเพราะไม่อยากให้เพื่อนเห็นเกรงใจเพื่อนนอนอยู่)

จนมีอยู่วันหนึ่ง ขณะที่อ่านหนังสือ มีครูฝึกเดินมาตรวจและจับ ผมได้ ว่าผมไม่ยอมนอน ก็ได้กระชากผ้าห่มออกมา 

และบอกว่า
  มึงทำอะไร !!   
 

  อ่านหนังสือครับ

 อ่านหนังสืออะไร       

 อ่านฟิสิคครับ       

 มึงอ่านไปทำไม

 ผมอ่านเพื่อเตรียมตัวสอบเป็นนักเรียนนายร้อย ตำรวจครับ 

 ครูฝึกก็ถามต่อว่า

  ตอนนี้มึงเป็นอะไร

  ผมก็ตอบว่าเป็นนักเรียนพลตำรวจครับ 

ครูฝึกบอกว่ามึงเป็นนักเรียนพลหน้าที่มึงคือฝึก  มาเรียนมาฝึก ไม่ใช่มาอ่านหนังสือ  เค้าฝึกมึงให้มึงนอนมึงก็ต้องนอน ผมก็พูดต่อไปว่า   ผมอยากหาความก้าวหน้าในชีวิตครับ  ครูฝึกก็บอกว่า  มึงหาได้ แต่ ยังไม่ใช่ตอนนี้ หลักจากนั้นครูฝึกก็ให้ผมไปเปลี่ยนเป็นชุดฝึกและให้ไปวิ่งรอบกองร้อย และให้ตะโกนเสียงดังว่า    ผม ยังไม่นอน ครับ

ไปเรื่อยๆ  จนกว่าครูจะเหนื่อย  ......

อัศวิน นตท.:
ผมเป็นนักเรียนพลตำรวจแล้วครับ
ผมก็เลยมีความตั้งใจอีกครั้ง    ว่าที่จะเตรียมตัวสอบ เข้าเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจให้ได้ นับตั้งแต่วันแรกที่ได้แต่งตั้งเข้าเป็นนักเรียนพลตำรวจ   
ตลอดช่วงเวลาที่ เรียนหลักสูตรเรียนที่ รร.พลตำรวจ มักจะถูกเพื่อนพูดเหน็บแนมว่า มาเตรียมตัวอะไรตอนนี้   ค่อยไปอ่านในตอนที่ไกล้สอบโน่น   แต่ผมไมได้ สนใจในสิ่งที่ เพื่อน นักเรียนพล  ผมเริ่มตั้งใจอ่านหนังสือตั้องแต่

วันแรกที่เข้าไป  ปกติ  ระเบียบของที่ รร.พล  จะเข้านอนประมาณ 21.00 น.  ตื่น 05.00 น.   หลังเป่านกหวีดสัญญาณนอนทุกครั้งผมจะแอบเอาหนังสือ ที่ผมเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้า  มานอนอ่านบนที่นอน

เปิดไฟฉายแล้วคุมผ้า  ผมทำอย่างนี้เป็นประจำ  และผม็จะตื่นประมาณ ตี 4    ผมจะต้องรีบตื่นก่อนเพื่อมาเข้าห้องน้ำทำภารกิจส่วนตัวเวลาถ่ายจะอ่าหนังสือไป ด้วย บางครั้งก็เอาหนังสือ เข้าไปในห้องน้ำ จนผมรู้สึกว่า  ในช่วงเวลาอ่านหนังสือแล้ว คุมผ้าผมเริ่มหายใจไม่ออกเนื่องจาก ต้องเก็บแสงให้มัน

มิดและต้องเปิด ผ้า ห้มมาหายใจ เพราะผมเกรงใจเพื่อนที่นอนข้างๆ
และเกรงว่าจะถูกจับได้    (ที่เกรงใจเพราะไม่อยากให้เพื่อนเห็นเกรงใจเพื่อนนอนอยู่)

จนมีอยู่วันหนึ่ง ขณะที่อ่านหนังสือ มีครูฝึกเดินมาตรวจและจับ ผมได้ ว่าผมไม่ยอมนอน ก็ได้กระชากผ้าห่มออกมา 

และบอกว่า
  มึงทำอะไร !!   
 

  อ่านหนังสือครับ

 อ่านหนังสืออะไร       

 อ่านฟิสิคครับ       

 มึงอ่านไปทำไม

 ผมอ่านเพื่อเตรียมตัวสอบเป็นนักเรียนนายร้อย ตำรวจครับ 

 ครูฝึกก็ถามต่อว่า

  ตอนนี้มึงเป็นอะไร

  ผมก็ตอบว่าเป็นนักเรียนพลตำรวจครับ 

ครูฝึกบอกว่ามึงเป็นนักเรียนพลหน้าที่มึงคือฝึก  มาเรียนมาฝึก ไม่ใช่มาอ่านหนังสือ  เค้าฝึกมึงให้มึงนอนมึงก็ต้องนอน ผมก็พูดต่อไปว่า   ผมอยากหาความก้าวหน้าในชีวิตครับ  ครูฝึกก็บอกว่า  มึงหาได้ แต่ ยังไม่ใช่ตอนนี้ หลักจากนั้นครูฝึกก็ให้ผมไปเปลี่ยนเป็นชุดฝึกและให้ไปวิ่งรอบกองร้อย และให้ตะโกนเสียงดังว่า    ผม ยังไม่นอน ครับ

อัศวิน นตท.:
หลังจากนั้นผมจึงต้องเปลี่ยนแผนใหม่ โดยไม่อ่านหนังสือบนที่นอนแล้วเนื่องจากมันหายใจไม่ค่อยออก

ใหนจะต้อง

ถือไฟฉาย ใหนจะต้องหยิบปากกา ก็เลยต้องไปอ่านหนังสือ ในตู้เสื้อผ้า  ที่วางอยู่ที่ปลายเตียง   โดยการเอาไฟฉายคล้อง กับไม้แขวนเสื้อ เพื่อให้แสงสว่าง ส่องเห็น  เนื่อง จากตู้มีขนาดเล็กจึงต้องเข้า ไปนั่งขด  เพื่อทำโจทย์ในตู้ ...ปกติ  จะอ่านได้ประมาณ 3 ชม. เลยต้องซื้อถ่านไฟฉาย 
ช่วงนั้น เพื่อน ที่นอน อยู่ข้างๆ ผมหาว่าผมบ้า ชอบทำอะไร เว่อๆ  ประมาณว่าหมั่นใส้  ในลักษณะอิจฉาประมาณนั้น   จนมีวันหนึ่งมีครูฝึกมาตรวจอีกแล้ว  แต่เป็นคนละคนกับคราวก่อน ตอนนั้นประมาณ 22.30 น.ครูฝึกก็มาเปิดประตู  เนื่องจากเห็นแสงไฟจากตู้เสื้อผ้า  ผมตกใจ  ครูฝึกก็ตกใจ แกคิดว่าผี ...เสียจิตไป   แกเลยทำโทษให้นั้งพุ่งซักเท้าหลัง และวิ่งรอบกองร้อย  จากนั้นแกก็ถามว่า มึงทำบ้าอะไร   อ่านหนังสือครับ .....ในตู้เนี่ยนะ...เค้าให้นอนมาอ่าหนังสือ .
...........

จากนั้น มาผมก็ได้ฉายาใหม่ว่า ........ไอตู้    (เนื่องจากอยู่ในตู้)     ผมไม่สนอะไร ได้ แต่พยายามอ่าหนังสือ
ทำอย่างั้นเรื่อยมา จนจบหลักสูตร ผมก็มีสิทธิไปสอบ ตำรวจ  โควตา ข้าฯราชการตำรวจ ไปสอบต่อที่ รร. นายร้อยตำรวจ  ....ตลอดปีที่ผ่านมา ผมคิดว่าไม่เสียเปล่า......50 คนทั่วประเทศ
ที่ รร.นายร้อยตำรวจ รับเข้าไปศึกษาต่อ ซึ่งจะต้องสอบแข่งขันกัน เอง ของเหล่าข้าราชการตำรวจ  คนสอบ
ประมาณ  5000 คน โดยเฉลีย

จนกระทั้ง   วันเลือกตำแหน่งของนักเรียนพลตำรวจ ผมสอบได้ ที่ 60   จึงเลือกตำแหน่งที่ สภ.ต.โคกกระชาย อ.บ้านกรวด  จ.บุรีรัมย์   ซึ่งโรงพักนั้นเป็นโรงพักที่ติดชายแดนจังหวัดกัมพูชา และเป็นโรงพักที่กันดาลและ ชายแดนที่สุด 
ของจังหวัดบุรีรัมย์   (ติดสุดๆ)

ผมรับราชการที่นี่ ซึ่งผมคิดว่าที่นี่น่าจะไม่มีงานมาก  ต้องการมีเวลาที่จะได้อ่านหนังสือ  ผมรับราชการในตำแหน่ง
ผบ.หมู่ งานป้องกันและปราบปราม  ทุกครั้งที่เข้าเวรและได้ออกตรวจตู้  ผมก็จะได้อ่านหนังสือ อยู่ที่ตู้ยามเป็นประจำ
จนหลังจากนั้น 2 เดือน   ผมก็เข้า กทม เพื่อมาสมัครสอบ ที่ รร.นายร้อยตำรวจ สามพราน

  ผมเข้ามาไปสอบที่ รร.นรต ด้วยความมุ่งมั้น ...นี่ละวะ   ปลายทางของกู.......กูจะเข้าไปที่นี่ให้ได้ โรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน 

และแล้ว...ผมก็สอบ ผ่านข้อเขียน ที่ ร.ร.นายร้อยตำรวจได้ ........ได้ที่ประมาณ 48  ซึ่งติดเป็นตัวจริง

จนมาตรวจร่างกาย ที่โรงพยาบาลตำรวจ    ผมผ่านร่างกายทุกอย่างจนกระทั้งมาถึงด่านสายตา
ผลพวงจากการ ไปนั่งแอบอ่านหนังสือ ในตู้ตลอดปีแสงไฟไม่เพียงพอ  ทำให้สายตาเบลอๆ     
แต่ผมก็พยายามตอบเท่าที่ตอบได้ ......ตรวจร่างกายผ่านไป  ....เค้าไม่ประกาศว่า มีใครตกหรือป่าว  ด่านสอบพละและอื่นๆ  ผมไม่มีปัญหาผ่านหมด   แน่นอนเด็กบ้าน บอก ย่อมมีแรงข้าวเหนียวอยู่แล้ว

สอบรอบสอง ....ช่วงนั้นหลังจากสอบพละเสร็จ ผมก็เดินไปที่ลานฝึก ศรียานน  มองดูบรรยากาศอันร่มเย็น  ของโรงเรียนและยิ้มกับตัวเองว่า    กูมายืนอยู่ตรงนี้แล้วอีกนิดเดียว......
ผมค่อยนั่งลงกับพื้นหญ้าที่สนามบอล
....และก็กำเศษดินขึ้นมาและเอามาโรยใส่หัวตัวเอง  หวังจะให้พื้นแผ่นดินของ โรงเรียนนายร้อยตำรวจจดจำตัวผมเอง   และอธิฐานว่า ....ถ้าบุญกุศลที่ข้าฯพเจ้าพึงมี ก็ขอให้ข้าพเจ้าสามารถเข้ามาศึกษา ณ  สถานแห่งนี้......

สอบสัมภาษ.....ก็ดูท่าไม่มีปัญหาอะไร ผมปฏิบัติตามที่เค้าสั่งและปฏิบัติได้ทุกอย่าง

อัศวิน นตท.:
ประกาศผลสอบ     .............................

 

ไม่มีชื่อผมครับ......................................................ผมสอบไม่ติด ตกรอบ สอง

ผมรู้สึก งง กับตัวเองว่าตกได้ไง แต่ผมพอจะรู้ ตัวเองแล้วหละ ...ผมสายตาสั้น และผมไปถามหมอ  หมอบอกว่า
สายตาผมสั้น 200   ....เลยตกเพราะสายตาสั้น......

                   จบแล้วชีวิตนี้คงหมดโอกาสที่ จะสอบนายร้อยแล้ว เพราะถึงสอบติดก็ตกสายตาสั้นอยู่ดี

ก่อนสอบเคยผมเคยพูดกับแม่ว่าจะสอบเพียงครั้งเดียวเท่านั้น  ซึ่งแม่ก็พูดบอกว่า เรา ยังมีโอกาส สอบได้อีกหลายครั้ง ....ก็ต้องสอบทุกครั้งเมื่อมีโอกาส   (แต่ ในความรู้สึกของผม คือ สอบครั้ง เดียวครั้ง นี้ต้องได้ ....)

พอผลสอบออกมา  ผมรู้ สึก ท้อแท้มาก..............   ...พูดไม่ออกจริงๆ        รู้สึก เสียใจ ที่สุดเท่าที่เคยเสียใจมา   ทั้งที่ พยายามเต็มที่แล้ว .................แต่ก็.สวรรค์ไม่เข้า ข้าง

       แม่งเอ้ย................................!!!ทั้งที่เกือบ จะได้ แล้วแท้ๆ

ก็เลยคิดว่าคงหมดโอกาสแล้วหละ และก็ไม่สามารถที่จะสอบได้

ผมจึงกลับไปทำงานรับราชการอยู่ที่  สภ.โชกกระชาย    ที่เดิม แต่พฤติกรรม ของผมก็กลับมาเหมือนตอนที่เรียนมหาลัย
อีกครั้งหนึ่ง   ติดสุรา  นารี  เที่ยว.....ไม่เอาอะไรอีกแล้ว ไม่คิดที่อยากจะเป็น นายตำรวจอีกแล้ว 

จนวันหนึ่ง  แม่ก็บอกว่า ได้คุยกับหมอคนหนึ่งมาว่าสายตาสั้นสามารถรักษาได้โดยการทำ เลสิค
ยิงเลสิค ...ซึ่งเมื่อทำแล้วสามารถสอบเข้านายร้อยตำรวจ ได้ แม่ก็เลยไปกูหนี้ยืมสินเค้ามา เพื่อมา ให้ผมทำ เลสิค  ตอนที่แม่หาเงินมาให้ผม....ผมไม่รู้หรอกว่า แม่หามาได้ไง แต่ แม่รักผมและหวังในตัวผมมาก.......เอาเงินมาให้ด้วย
เสียงสั่นเคลือ   แม่บอกกับผมว่า 
แม่หาเงินมาให้แล้ว  เราต้องสอบให้ได้นะ.. 
ถือว่าทำเพื่อแม่นะลูก......

 

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว