AFAPS Community
31 / 07 / 2014, 08:18:17 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2 3 ... 11
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: กฤษฎีกาฟันธงร.ร.นายร้อยสามเหล่าทัพเปิดรับตรง นร.จบ ม.6 ได้ไม่ต้องผ่าน“เตรียมทหาร  (อ่าน 44504 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
finnor
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 372


« เมื่อ: 13 / 02 / 2012, 02:54:45 PM »

ท่านคิดอย่างไร กับเรื่องนี้ครับ
กฤษฎีกาฟันธงร.ร.นายร้อยสามเหล่าทัพเปิดรับตรง นร.จบ ม.6 ได้ไม่ต้องผ่าน“เตรียมทหาร”

กลาโหมเตรียมเปิดรับนักเรียนจบ ม.6 โดยตรง 30% เข้าเรียนโรงเรียนนายร้อยสามเหล่าทัพไม่ต้องผ่าน “เตรียมทหาร” เผยมีอาคาร สถานที่ งบประมาณพร้อมผลิตบัณฑิตสาขาอื่น
คณะกรรมการกฤษฎีกา(คณะที่ 8 )ตอบข้อหารือของกระทรวงกลาโหม(เรื่องเสร็จที่ 74/2555)ต้องการจะให้โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โรงเรียนนายเรือ และโรงเรียนนายเรืออากาศ รับบุคคลพลเรือนที่มีคุณวุฒิการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยตรงประมาณร้อยละ 30  ไม่ผ่านโรงเรียนเตรียมทหารว่า มีอำนาจทำได้โดยสภาการศึกษาวิชาการทหารมีอำนาจหน้าที่กำหนดพื้นความรู้ คุณสมบัติ และหลักเกณฑ์การเข้าเป็นนักเรียนทหาร  ดังนั้น สภาการศึกษาวิชาการทหารจึงสามารถกำหนดให้บุคคลพลเรือนผู้มีคุณสมบัติสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เข้าเป็นนักเรียนทหารได้

อย่างไรก็ตาม การรับบุคคลเข้าเรียนในสาขา วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และศิลปะศาสตร์นั้น ถ้ามิได้เรียนวิชาทหารตามที่กำหนดนั้นไว้ก็ไม่สามารถอนุมัติให้ปริญญาแก่บุคคลพลเรือนที่ไม่ได้ผ่านการศึกษาวิชาการทหารดังกล่าวได้

ทั้งนี้คณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอแนะว่า แม้ว่าโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โรงเรียนนายเรือ และโรงเรียนนายเรืออากาศ จะมีหลักสูตรการศึกษาที่เทียบได้กับการจัดการศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา การจัดการศึกษาจะต้องคำนึงถึงมาตรฐานโดยทั่วไปของคณะกรรมการการอุดมศึกษา และมีการอนุมัติให้ปริญญาแก่ผู้สำเร็จวิชาการทหาร

แต่เมื่อพิจารณาระบบโครงสร้างการบริหารจัดการของโรงเรียนทั้งสามแล้ว จะเห็นได้ว่า  สถาบันการศึกษาเหล่านี้มีวัตถุประสงค์และการบริหารจัดการที่มีลักษณะพิเศษแตกต่างจากการจัดการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาโดยทั่วไป กล่าวคือ โครงสร้างการบริหารจัดการของโรงเรียนเหล่านี้ยังเป็นสถาบันการศึกษาที่ไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคล ขาดความเป็นอิสระในการบริหารจัดการทางวิชาการ การกำหนดระเบียบโครงสร้างการบริหารจัดการทางวิชาการภายในสถาบันการศึกษาไม่มีความชัดเจนตามรูปแบบของสถาบันอุดมศึกษา รวมทั้งการใช้เกณฑ์มาตรฐานทางวิชาการและการประเมินคุณภาพทางการศึกษาในลักษณะสถาบันอุดมศึกษาเฉพาะทางซึ่งต่างจากสถาบันอุดมศึกษาทั่วไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการการอุดมศึกษากำหนด

ดังนั้น หากกระทรวงกลาโหมมีความประสงค์จะจัดการศึกษาแก่บุคคลพลเรือนเช่นเดียวกับสถาบันอุดมศึกษาโดยทั่วไป จะต้องดำเนินการแก้ไขปรับปรุง พ.ร.บ.กำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการทหาร พ.ศ. 2497  เพื่อกำหนดอำนาจหน้าที่ในการจัดการศึกษาและอนุมัติปริญญาสำหรับหลักสูตรการศึกษาทั่วไปและกำหนดโครงสร้างการบริหารจัดการทางวิชาการให้สอดคล้องกับมาตรฐานสถาบันอุดมศึกษาที่คณะกรรมการการอุดมศึกษากำหนดเสียก่อน

แหล่งข่าวจากกระทรวงกลาโหมกล่าว่า กระทรวงกลาโหมต้องการให้โรงเรียนนายร้อยเหล่านี้เปิดรับนักเรียนที่จบ ม.6 เร็วที่สุด แต่ดูจากระยะเวลาแล้ว อย่างเร็วที่สุดคงเป็นปีการศึกษา 2556 หรือช้ากว่านั้น

สำหรับรายละเอียดข้อหารือของกระทรวงกลาโหมนั้น มีรายละเอียดดังนี้ หากสภาการศึกษาวิชาการทหารอนุมัติให้โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โรงเรียนนายเรือ และโรงเรียนนายเรืออากาศ รับบุคคลพลเรือนซึ่งมีคุณวุฒิการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่6 โดยจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรที่ได้รับอนุมัติ เพื่อให้สามารถดำเนินการได้ตามศักยภาพ ความพร้อม และประศาสน์ปริญญาตามศักดิ์และสิทธิแห่งพระราชบัญญัติกำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการทหาร พ.ศ. 2497 และที่แก้ไขเพิ่มเติม จะต้องดำเนินการอย่างไร และแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือไม่ เพียงใด

สำหรับการรับบุคคลเข้าศึกษาในโรงเรียนทั้งสามแห่งในปัจจุบัน มีการรับเฉพาะผู้ที่จบการศึกษาจากโรงเรียนเตรียมทหารเท่านั้น แต่ปัจจุบันโรงเรียนเตรียมทหารมีการรับบุคคลเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารน้อยลง ทำให้มีนักเรียนเตรียมทหารเข้าศึกษาในโรงเรียนเหล่าทัพน้อยลงไม่สอดคล้องกับความพร้อมของโรงเรียนเหล่านี้ ที่มีทั้งด้านอาคาร สถานที่ และบุคลากร

ดังนั้น เพื่อให้มีการกระจายโอกาสทางการศึกษา สร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างทหารกับพลเรือน และมีการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า จึงมีความประสงค์จะรับบุคคลพลเรือนที่สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่6 เข้าศึกษาในโรงเรียนเหล่านี้ โดยกำหนดสัดส่วนการรับนักเรียนที่เป็นพลเรือนประมาณร้อยละ30  และเปิดสอนสาขาวิชาที่มีความพร้อม ได้แก่ วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และศิลปศาสตร์
บันทึกการเข้า
duke9/11
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 60


« ตอบ #1 เมื่อ: 14 / 02 / 2012, 09:16:29 AM »

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาให้ดีครับ ถ้ามีการรับในระบบนี้ ก็ต้องดูในรายละเอียดด้วยว่า นักเรียนที่ผ่านเตรียมทหารกับนักเรียนที่รับตรง ม.6 เวลาขึ้นเหล่าจะเรียนและฝึกร่วมกันไหม ในความเห็นส่วนตัว ผมว่าไม่ว่าจะเรียน+ฝึกร่วมหรือแยก ล้วนแต่เป็นปัญหา ถ้าเรียนร่วมกันก็ไม่น่าเป็นปัญหา แต่ถ้าฝึกร่วมละ? ถ้าจะบอกว่าจบ ม.6 ต้องผ่านการฝึก รด. ผมว่ายังไงก็แตกต่างจากการฝึกที่เตรียมทหารแน่นอน ไม่ว่าเรื่องความอดทนทั้งร่างกายและจิตใจที่ผ่านการหล่อหลอมจากเตรียมทหาร ผมว่านายทหาร ตำรวจ ที่ผ่านเตรียมทหารมาย่อมรู้ดี แต่ถ้าสามารถแก้ปัญหาจุดนี้ได้ ทางโรงเรียนเหล่าเองก็สามารถผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพได้มากขึ้น
บันทึกการเข้า
nate212
สมาชิกใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3


« ตอบ #2 เมื่อ: 14 / 02 / 2012, 02:05:31 PM »

อย่าเลยเป็นอันขาดหน่วยงานหนึ่งคือสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ทดลองรับไปแล้วไม่เวิคครับเช่นรับปริญญาตรีมาเป็นนายสิบตำรวจตรีพอจบมันฟ้องศาลปกครองจะเป็นนายตำรวจให้ได้ศาลยกครับ พอไปทำงานก็งั้นแหละฝึกมาน้อยส่วนมากวินัยหรือการทำงานยังคิดว่าตัวเองเป็นนายของประชาชนครับผมอยากให้มีงานวิจัยหรือการติดตามผลงานเรื่องนี้ครับ บางทีสำนักงานตำรวจแห่งชาติอบรมแค่เดือนเดียวก็ไปเป็นนายตำรวจแล้วปัจจุบันให้ตำรวจ53ปี อบรมที่โรงพักหนึ่งเดือนเป็นนายตำรวจ บางวันผมยังเห็นถอดครึ่งท่อนเอาเสื้อเครื่องแบบพาดบ่าเดินเข้าตลาดเฉย เวลาว่างจากการอบรมเขาคุยกันเรื่องรายได้ครับว่าอยู่ตรงนั้นตรงนี้ได้เดือนละเท่าไหร่ กรรมจริงๆ
 จากผมสัมผัสมาครับนายตำรวจที่จบจากเตรียมทหารเกือบ100% มีความเป็นผู้นำ การทำงานมีระบบและมีประสิทธิภาพเสียสละไม่เห็นแก่ตัวกับผู้ใต้บังคับบัญชามากๆ จะมีส่วนน้อยที่ออกนอกลู่นอกทางแต่ก็สุดๆเหมือนกันแต่มีน้อยมากเมื่อคิดโดยร่วม ผมรับราชการมาเกือบสามสิบปีรู้มากพอสมควร ของเดิมดีอยู่แล้วครับหากจะเพิ่มก็โรงเรียนเตรียมทหารก็รับให้มากขึนไม่เห็นจะจำเป็นอะไรที่จะรับส่วนอื่นอีก
   ผมเชื่อครับในระบบโรงเรียนเหล่าทัพเรื่องการปลูกฝังทัศนคติ อุดมการณ์ ทุกอย่าง  นี่คือความเห็นส่วนตัวแต่อยู่ในพื้นฐานประสบการณตรง
   
บันทึกการเข้า
oskhawk
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 368


« ตอบ #3 เมื่อ: 14 / 02 / 2012, 08:07:15 PM »

 ร้องไห้ ร้องไห้ 1.ย้อนกลับไปคิดว่าเขาตั้งรร.เตรียมทหารมาทำไมก่อน เพราะต้องการสร้างความรัก ความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเมื่อเผชิญสถานการณ์วิกฤต
  2.นร.ที่ผ่านการหล่อหลอมจากรร.ตท.มาอย่างยากลำบากแสนเข็ญ 3 ปี แล้วมาอยู่รวมกับนร.ที่เพิ่งออกจากไข่มา จะปรับตัวปรับใจอย่างไรก็ไม่มีทางจะเข้ากันได้สนิทใจ หากยังไม่เจอสถานการณ์กดดัน หรือ วิกฤต ก็ดูเหมือนไม่มีอะไร อาจจะอยู่กันได้เหมือนคลื่นใต้น้ำ
  3.ผลการสัมนารร.ทั้ง3เหล่ากี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ทั้งวิเคราะห์วิจัยสารพัด ออกมาตรงกันว่า เรียนเหล่า4ปียังไม่พอ มีเวลาเรียนวิชาทหาร วิชาเหล่าน้อยเกินไปยังเป็นทหารหลักคุณภาพไม่ได้ ติดยศปีแรกแล้ว ต้องมาฝึกและเรียนเพิ่มอีกเกือบปี นี่ขนาดผ่าน รร.ตท.มาแล้วตั้ง3ปี ทางรร.ทั้ง3เหล่าต้องการขยายกลับไปเป็นหลักสูตร5ปีจึงติดยศ รับปริญญาอย่างเต็มภาคภูมิ
  4.หากรับม.6เข้ารร.เหล่าตรงเลย เมื่อจบแล้วทำงานเป็นทหารทุกคนหรือไม่ แนวทางการเจริญเติบโตไม่ควรจะเหมือนกับพวกที่ผ่านรร.เตรียมทหาร ควรเหมือนนายทหารปริญญาแต่อาจได้รับสิทธิการบรรจุ การเลื่อนยศดีกว่าบ้าง หากเท่ากันกับผู้ที่มาจาก รร.ตท. แล้วใครจะยอมมาตรากตรำโดนฝึกโดนจวกไม่ลืมหูลืมตา แบบไม่มีเหตุผลอย่างที่เคยเคยนานถึง3ปีล่ะครับ พ่อแม่ผปค.ต้องลุ้นกันอกแทบแตกกว่าลูกจะผ่านชั้น1 ชั้น2และจบรร.ตท.
  5.แนวความคิดใหม่นี้ควรมองเหรียญให้ครบทั้งสามด้าน ไม่ใช่แค่2ด้าน อย่าลืมด้านสันเหรียญที่มันแข็งที่สุด ขว้างถูกหัวละก็เจ็บกว่าโดนด้านแบน ควรมองอีกด้านหนึ่ง มันเป็นการบ่อนทำลายความมั่นคงแข็งแกร่งของสถาบันทหารให้แตกกัน สถาบันหลักของชาติถูกโยกคลอนทุกวิถีทาง จนย่ำแย่ลงเรื่อย ไม่ว่า เศรษฐกิจ การเมือง สังคม การศึกษา จิตวิทยา จริยธรรม ล้วนถูกทำลายอย่างง่ายดายแล้วทุกวันนี้ แม้สถาบันสูงสุดก็ไม่เว้น สถาบันทหารยังเหลือความแข็งแกร่งแน่นแฟ้นอยู่ อาจทำลายยากหน่อย แต่ก็ถูกบ่อนทำลายเช่นกันมานานแล้ว เขาจึงคิดวิธีนี้ขึ้นมาใหม่ก็ได้นะครับพี่น้อง
             ผมแสดงความคิดเห็นตามข้อมูลนี้และสถานการณ์ที่ผ่านมา หวังว่าคงใช้สิทธิออกความเห็นได้และไม่กระทบใครนะครับ  สาธุ สาธุ สาธุ ช่างคิดกันซะจริง ปัญหาที่เลวร้ายหลายๆอย่างที่เกิดขึ้นมากมาย ไม่คิดจะแก้จะทำอย่างจริงจังจนเรื้อรัง อย่างนี้ละคิดได้บรรเจิดนัก เศร้า สลดใจ  ร้องไห้ ร้องไห้
บันทึกการเข้า
wanwimol
สมาชิกใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 15


« ตอบ #4 เมื่อ: 15 / 02 / 2012, 12:26:02 PM »

การเมืองชัดๆ
บันทึกการเข้า
canon
สมาชิกใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5


« ตอบ #5 เมื่อ: 15 / 02 / 2012, 03:05:45 PM »

เห็นด้วยกับคุณ nate212
บันทึกการเข้า
canon
สมาชิกใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5


« ตอบ #6 เมื่อ: 15 / 02 / 2012, 03:12:01 PM »

การที่เด็กเค้าเลือกเรียนโรงเรียนเหล่าตั้งแต่แรกนั้น  ก็ต้องหมายถึง อุดมการณ์  ซึ่งเด็กแต่ละคนจะมีอุดมการณ์ที่แตกต่างกันออกไป  และถ้าเด็กจบ ม.6 แล้วเค้าจะไม่คิดที่จะมาเลือกเรียนรวมกับโรงเรียนเหล่าแน่นอน  ปัญหาอื่น ๆ อีกมากมายก็จะตามมา  ถึงขั้นแน่แล้ว  โรงเรียนเหล่าทั้ง 4 เหล่า  ควรจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นกว่าที่เคยรับมาน่าจะดีกว่า  ที่จะเปลี่ยนแปลงระบบของโรงเรียนเหล่า
บันทึกการเข้า
Sunita
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 142


« ตอบ #7 เมื่อ: 16 / 02 / 2012, 06:57:21 AM »

ไม่เห็นด้วยคะ
บันทึกการเข้า
pairatkan
สมาชิกใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1


« ตอบ #8 เมื่อ: 16 / 02 / 2012, 01:43:55 PM »

เห็นด้วย
บันทึกการเข้า
kru22504
สมาชิกใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 48


« ตอบ #9 เมื่อ: 16 / 02 / 2012, 05:20:34 PM »

ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งคะ
บันทึกการเข้า
kk
สมาชิกใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 30


« ตอบ #10 เมื่อ: 17 / 02 / 2012, 01:45:14 PM »

คล้ายๆๆ สมัยหนึ่งที่ นรต รับวุฒิ ม.6 และเตรียมทหาร แต่จำหลักการณืไม่ได้แล้ว
บันทึกการเข้า
canon
สมาชิกใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5


« ตอบ #11 เมื่อ: 20 / 02 / 2012, 02:47:14 PM »

เรื่องที่รับ ม.6  เคยมีสมัยหนึ่งนะคะ  ได้พบได้พูดคุยกับผู้ปกครองท่านหนึ่ง  ท่านเล่าให้ฟังว่าลูกชายของท่านเป็นนายตำรวจ จบจาก สามพราน  แต่ใช้วุฒิ ม.6  สมัครสอบ  ไปเข้าเรียนเป็น นตท.ประมาณ  15  วันถ้าจำไม่ผิด  ต่อจากนั้นก็แยกไปเหล่าใครเหล่ามัน  ซึ่งก็มีแค่สมัยเดียวเท่านั้นนะคะ 
บันทึกการเข้า
piglet
สมาชิกใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8


« ตอบ #12 เมื่อ: 20 / 02 / 2012, 05:32:45 PM »

ไม่เห็นด้วยค่ะ โกรธ เพราะ ชีวิต นตท. กว่าจะผ่านมาได้ถึงปี3 ค่อนข้างลำบาก ไม่สบายเหมือนชีวิตเด็กวัยรุ่นทั่วไป ถ้ารับ ม.6 จริงรู้สึกสงสารลูกมาก โดยเฉพาะตอนเป็นนักเรียนใหม่ ฝึกหนักมากค่ะ ร้องไห้ ร้องไห้
บันทึกการเข้า
kitisakmoo
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 63


เว็บไซต์
« ตอบ #13 เมื่อ: 20 / 02 / 2012, 07:40:18 PM »

อุดมการณ์ สถาบัน เกียรติยศ ไม่ได้เป็นเครื่องมือ การเมือง
บันทึกการเข้า

ความทุกข์ที่เกินทนจะหลอมคนให้ทนทาน

ระวังความหิว ความง่วง ความเหนื่อย จะบั่นทอนกำลังใจของตัวเอง
oak
สมาชิกใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 15


« ตอบ #14 เมื่อ: 21 / 02 / 2012, 10:58:14 AM »

อยากเห็นหน้าคนต้นคิดจริงๆเหตุผลไม่เข้าท่า   ถ้าสาเหตุเป็นเพราะรร.ตท.รับน้อยลงก็ต้องทำให้รร.รับเพิ่มขึ้นสิครับท่าน
แต่นี้คิดตื้นๆให้รับม.๖เข้ามาเรียนรวม    มักง่ายไปหน่อยมั้ยครับท่าน    ประเทศไม่เจริญก็เพราะมีพวกมักง่ายอย่างนี้แหละ
ผมเห็นด้วยกับในเรื่องที่ว่า   นี่อาจเป็นการบ่อนทำลายความมั่นคงและการแตกสามัคคี   ตอนนี้เด็กๆก็เริ่มพูดกันแล้ว
เรียนและฝึกอย่างเหนื่อยยาก ๓ ปี    แต่ต้องเป็นรุ่นน้องพวกจบม.๖ที่เข้ารร.เหล่า
ขอชมอีกทีว่า  "มักง่ายดีแท้"
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 ... 11
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Design By simply sibyl And Free Forum Hosting Editer By Triple-S
Powered by SMF 1.1.10 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF